มิติรักผ่านเลนส์ ตอน รักเธอเสมอดาว

Share this article

มิติรักผ่านเลนส์ ตอน รักเธอเสมอดาว

ชื่อตอน : รักเธอเสมอดาว
นักแสดง : กนกฉัตร มรรยาทอ่อน, นภัสชา ไชยเลิศ
เรื่องโดย : บุญญาวัฒน์ ธงทอง
Concept : เหตุผลของคนถ่ายภาพคู่ เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายลืมเราไปตามกาลเวลา
Location : น่าน
Reason Why : เมืองที่ซ่อนตัวเองอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ราวกับเก็บความรักไว้รอใครสักคน




เรื่องย่อ มิติรักผ่านเลนส์ ตอน รักเธอเสมอดาว

ปอง หนุ่มนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ปี 2 สาขาจิตรกรรม เดินทางจากเชียงใหม่มากับเพื่อน ๆ เพื่อเก็บข้อมูลทำรายงานเกี่ยวกับศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตของเมืองน่าน เพื่อน ๆ ทุกคนต่างมีหัวข้อรายงานในใจ เหลือเพียงแค่ปอง ที่ยังคิดไม่ออก ปองขอเวลาเดินทางสัมผัสสิ่งสวยงามในเมืองน่านจนเขาได้เจอกับ ภาพจิตรกรรมฝาผนังประวัติเมืองน่านแห่งวัดมิ่งเมือง เขาอยากทำรายงานเรื่องนี้ อยากทราบที่มาของแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ถ้าโชคดี เขาก็อยากสัมภาษณ์พูดคุยกับเจ้าของผลงานด้วย

ปองได้คำตอบว่า อาจารย์สุรเดช กาละเสน ศิลปินชาวน่านเป็นผู้รังสรรค์ผลงานชิ้นเอกนี้ไว้ แต่ตอนนี้อาจารย์ได้จากโลกนี้ไปแล้ว เหลือเพียงแค่ หอศิลป์พิงพฤกษ์ สถานที่แห่งความรักที่ยังคงหลงเหลืออยู่โดยมี ป้าโสภา เป็นผู้สานต่อความฝันของอาจารย์สุรเดช ปองมุ่งหน้ามาหอศิลป์ฯ พร้อมกับคำถามมากมายในหัว จนได้พบกับ ป้าโสภา ภรรยาของอาจารย์สุรเดช ปองขอเวลานั่งคุยกับป้าโส ซึ่งปองคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ป้าโสภาคงไม่สามารถตอบคำถามถึงที่มาและแรงบันดาลใจในการทำงานของอาจารย์ได้ ผู้หญิงในชุดล้านนาที่อยู่ตรงหน้าเขา ดูนิ่งสงบ สูงค่า ไม่น่ามีความเป็นศิลปิน

แต่ไม่เป็นอย่างที่เขาคิด ป้าโสภาสามารถตอบทุกคำถามเกี่ยวกับอาจารย์ได้ และทำได้ดีมาก ๆ ด้วย ป้าโสพาพาปองเดินชมในหอศิลป์ฯ ปองได้ชื่นชมงานของอาจารย์ หลักฐานยืนยันความรักในงานศิลปะ ภาพวาดต่าง จิตกรรมชั้นสูง งานทุกชิ้นถูกจัดเรียงไว้ ทั้งคู่แลกเปลี่ยนสนทนากันจนมาหยุดอยู่

ณ จุด ๆ หนึ่งของหอศิลป์ฯ ป้าโสน้ำตาคลอเบ้า ปองสังเกตเห็นภาพวาดสีน้ำมันรูปผู้หญิงชั้นสูงของล้านนา ป้าโสบอกว่า นี่เป็นภาพวาดชิ้นโปรดของอาจารย์ ภาพวาดลายเส้น Self-Portrait (ภาพวาดตัวศิลปินเอง) ซึ่งหลังจากวาดภาพนี้ได้ 3 วัน อ.สุรเดชก็เสียชีวิต

ภาพย้อนอดีตผุดขึ้นในหัวของป้าโสมากมาย ตั้งแต่ทั้งคู่เริ่มรู้จักกัน พัฒนาความสัมพันธ์จนเกิดเป็นความรัก ตัวของอาจารย์เองไม่ได้เรียนทางด้านศิลปะแม้แต่น้อยเลย ป้าโสก็เช่นกัน ทั้งคู่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับศิลปะเลยสักนิด แต่เพราะความชอบส่วนตัวของอาจารย์สุรเดช อาจารย์ใช้เวลาว่างจากการทำงาน เริ่มวาดภาพ เริ่มเรียนรู้งานศิลปะอย่างจริงจัง โดยมีป้าโสเป็นแรงบันดาลใจ และกำลังใจคนสำคัญของอาจารย์

ทั้งคู่ผ่านมรสุมความลำบาก ใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาบนเส้นทางสายศิลปะ สัญญาต่อกันว่าจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต โดยมีงานศิลปะเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตและจิตวิญญาณ จนกระทั่งอาจารย์เปิดบ้านเป็นหอศิลป์ ให้ผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมผลงาน แต่เปิดได้ไม่นาน อาจารย์ก็ด่วนจากไป ทิ้งให้ป้าโสใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังนับตั้งแต่นั้นมา

ปองยื่นกระดาษทิชชู่ให้ป้าโส เธอเล่าต่อว่า มันเหมือนชีวิตของป้าหายไปครึ่งหนึ่ง ความกลัวเกิดขึ้นมากมาย เธอไม่ใช่ศิลปิน ไม่ใช่อาจารย์ ไม่มีความรู้ในด้านงานศิลปะมากมายเท่ากับสามีของเธอ แต่เธอก็ผ่านจุดนั้นมาได้ เพราะความรัก การมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อดูแลความรักที่เราร่วมสร้างกันมา ให้เป็นประโยชน์ต่อความรู้สึกของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมหอศิลป์ฯ ป้าโสไม่เคยเก็บค่าเข้าชม ไม่เคยหากินกับงานศิลปะ เพราะงานศิลปะคือความรัก คือจิตวิญญาณของสามีคนที่เธอรักมากที่สุด




314 total views, 2 views today