10ปลาไทยราคาไม่แพงแต่มีโอเมก้า3สูง

“โอเมก้า 3” เป็นอาหารเสริมที่นิยมกันในปัจจุบัน เพราะช่วยบำรุงร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหัวใจ สมอง ผิวพรรณ ลดคอเลสเตอรอล และลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง แต่หลายคนเข้าใจว่า โอเมก้า 3 อยู่ในปลาทะเลน้ำลึก แต่แท้ที่จริงแล้วกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข บอกว่า ปลาไทยของเรานี่แหละ มีโอเมก้า 3 สูงไม่แพ้ปลาจากต่างประเทศเลยทีเดียว มาดูรายชื่อกันดีกว่าว่ามีปลาอะไรบ้าง

10ปลาไทยราคาไม่แพงแต่มีโอเมก้า3สูง

1. ปลากะพงขาว

ปลากะพงขาวสามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งน้ำจืด และน้ำกร่อย พื้นลำตัวสีขาวเงินปนน้ำตาล แนวสันท้องสีขาวเงิน มีรูปร่างลำตัวหนาและด้านข้างแบน หัวโต จะงอยปากค่อนข้างยาวและแหลม มีขนาดความยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร พบยาวสุดถึง 2 เมตร นิยมนำไปทำอาหารได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง ทอด นึ่ง

2. ปลาสำลี

ปลาสำลี ลำตัวค่อนข้างยาว ปลายจะงอยปากมน ไม่มีเกล็ดแข็งบนเส้นข้างตัวตอนปลาย สีหลังสีเทาอมน้ำตาล สีข้างและท้อง เป็นสีเทาจางลงมาเรื่อย ๆ บริเวณสันท้องจะเป็นสีขาว ขนาดใหญ่ที่สุดน้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัมและยาวถึง 70 เซนติเมตร นิยมนำมาทำอาหารโดยการนำไปทอด ปลาสามรส นึ่งปลาสำลี หรือเผาแล้วทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ด

3. ปลาจะละเม็ดขาว

ปลาจะละเม็ดมีลักษณะรูปร่างป้อมสั้น รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ลำตัวแบนข้างมาก จะงอยปากสั้นทู่ ตาค่อนข้างเล็ก ปากเล็กและเฉียงขึ้น พบได้ทั้งในฝั่งอ่าวไทย และทะเลฝั่งอันดามัน และบริเวณหมู่เกาะอ่างทองมีอยู่ชุกชุม นิยมนำไปทำอาหาร โดยการนึ่ง ทอด เช่น นึ่งบ๊วย นึ่งซีอิ๊ว

4. ปลาทู

ปลาทูมีลำตัวแป้นยาวเพรียว ตาโต ปากกว้าง จะงอยปากจะแหลม เกล็ดเล็กละเอียด มีความยาว 14-20 เซนติเมตร ทำอาหารได้ทั้งนึ่ง ทอด ต้มยำ หรือทำน้ำพริกปลาทู โดยใช้เนื้อปลาทูโขลกผสมรวมกับพริกกะปิ สามารถหาซื้อปลาทูได้ตามตลาดมีขายทั้งปลาทูนึ่งใส่เข่ง และปลาทูสด

5. ปลาเก๋า

ปลาเก๋าเป็นปลาขนาดใหญ่ รูปร่างยาวอ้วนป้อม แบนข้างเล็กน้อย เกล็ดมีขนาดเล็ก สีตามตัวและครีบเป็นดอกดวง แต้ม หรือบั้ง ฉูดฉาดหรือคล้ำทึบแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของปลาเก๋า สามารถนำมาทำเมนูอาหารได้หลากหลาย ปลาเก๋าผัดฉ่า ปลาเก๋าราดพริก ปลาเก๋าสามรส ปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว และปลาเก๋าลวกจิ้ม

6. ปลาดุก

ปลาดุกเป็นปลาไม่มีเกล็ด ลำตัวยาว มีหัวที่แบนและแข็ง มีครีบหลังและครีบก้นยาวเกินครึ่งของความยาวลำตัว มีหนวดยาวแปดเส้น นิยมนำไปทำอาหารเป็น ปลาดุกทอดกรอบ ปลาดุกผัดฉ่า ต้องทำให้มีรสชาติร้อนแรงเพื่อกลบความคาว อาหารที่นิยมกันมาก คือ ยำปลาดุกฟู

7. ปลาสวาย

ปลาสวายมีส่วนหัวค่อนข้างเล็ก ตาอยู่เสมอหรือสูงกว่ามุมปาก รูปร่างเพรียวแต่ป้อมสั้น แนวบริเวณหัวถึงครีบหลังลาดตรง ครีบสีจาง ครีบหางมีแถบสีคล้ำตามแนวยาวทั้งตอนบนและล่าง เนื่องจากปลาสวายมีความคาวจึงนิยมนำมาปรุงอาหารโดยการทอดกระเทียมแล้วราดน้ำยำมะม่วงสับ

8. ปลาช่อน

ปลาช่อนเป็นปลายอดนิยมที่คนไทยชอบนำมาบริโภค รูปร่างทรงกระบอกและยาว มีส่วนหัวค่อนข้างโต ครีบหางเรียวปลายมน ปากกว้าง ภายในปากมีฟันด้านบนเพดาน ลำตัวสีน้ำตาลอ่อนหรือมีสีคล้ำอมมะกอก นิยมนำไปปรุงอาหารโดยใส่ในแกงส้ม ปลาช่อนลุยสวน หรือต้มยำ

9. ปลานิล

ปลานิลสามารถอาศัยอยู่ได้ในน้ำจืดและน้ำกร่อย ความยาวโดยประมาณ 10-30 เซนติเมตร มีขนาดลำตัวใหญ่ ขยายพันธุ์ได้ง่าย และมีรสชาติดี ทำอาหารได้หลายอย่างทั้งทอด ราดพริก นึ่งซีอิ๊ว สามรส หรือนึ่งมะนาว

10. ปลากราย

มีปากกว้างมาก มุมปากอยู่เลยขอบหลังลูกตา ในตัวเต็มวัยส่วนหน้าผากจะหักโค้ง ส่วนหลังโก่งสูง ในวัยอ่อนจะมีลายเหมือนเสือ และจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเทาเงินเมื่อโตขึ้น อาหารที่นิยมนำปลากลายมาทำ คือ ลูกชิ้นปลากราย ทอดมันปลากราย หรือผัดเผ็ดปลากราย

ขอขอบคุณ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข,Wikipedia

101 total views, 2 views today